ภัยเงียบ สารตะกั่วในลิปสติก

ผู้หญิงเราส่วนใหญ่ นิยมใช้ ลิปสติก เพราะมีสีสันสวยงาม มีให้เลือกซื้อหามาใช้ในราคาที่ไม่สูงมากกนัก แต่หารู้ไม่ว่าใน ลิปสติกแทบทุกยี่ห้อทที่เราใช้ๆ กันอยู่นั้น มีส่วนประสมของ “สารตะกั่ว” อยู๋ด้วย โดยไอ้เจ้าสารตะกั่วนี้สามารถทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้ ในด้านภาษา และในเชิงฟฤติกรรมอีกด้วย

จากการศึกษาขององค์การอาหารและยา (US. Foood and Drug Administration) หรือ FDA ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สุ่มทำการทดสอบลิปสติกในท้องตลาด 400 แท่ง พบสารตะกั่วในทุกๆ ลิปสติกที่ทำการทดสอบ มีส่วนผสมของตะกั่วอยู่ในช่วง 0.9 ถึง 3.06 มิลลิกรัม / ลิตร พฤติกรรมการใช้ลิปสติกของผู้หญิงเรานั้น มีการทาลิปสติกประมาณ 2 ถึง 14 ครั้ง ต่อวัน ดังนั้นการใช้ลิปสติกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานับสิบปี อาจทำให้สารตะกั่วดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณไม่น้อยเลยทีเดียว

อาจารย์เจนเอง นอกจากจะเป็นช่างสักฝีมือระดับประเทศแล้ว ยังเคยมีประสบการณ์เป็นพยาบาล ที่เมือง Ottawa ประเทศแคนาดา ถึง 11 ปี จึงได้นำความรู้เรื่องสุขอนามัย มาประยุกต์ใช้กับการสักปาก สักคิ้วได้อย่างลงตัว เครื่องมือเครื่องไม้ เช่น ยาชา ที่ทางร้านใช้ก็เป็นชนิดเดียวกันกับที่โน่นใช้กันค่ะ สุดท้ายขอเน้นย้ำถึงโทษของสารตะกั่วในลิปสติกให้เห็นชัดๆ กันอีกสักนิดนึง อาจจะออกวิชาการไปนิด แต่รับรองว่าได้ความรู้ค่ะ

เข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บ CNN.com ค่ะ: http://edition.cnn.com/2014/04/04/opinion/rasanayagam-lipstick-lead/

“พิษเรื้อรังของตะกั่ว คือ ค่อยๆแสดงอาการออกมา ภายหลังจากได้รับสารตะกั่วทีละน้อย เข้าสู่ของเหลว ในร่างกาย และ ค่อยๆสะสม ในร่างกาย จนถึงระยะเวลาหนึ่ง อาจนานเป็นปี จึงแสดงอาการ ส่วนมาก เกิดกับบุคคลที่มีอาชีพที่สัมผัสกับตะกั่ว ตะกั่วเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าทางใด จะถูกดูดซึมเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต ไปจับกับเม็ดเลือดแดง แทนที่เหล็ก (Fe+2) ซึ่งเป็นโลหะที่จำเป็น ในการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดอาการโลหิตจาง (Anaemia) ..

Click to Tweet

.. และมีผลให้ ปริมาณเหล็กในน้ำเหลือง เพิ่มขึ้นผิดปกติ ตะกั่วบางส่วน ไปสะสมในกระดูก ตะกั่ว (Pb+2) จะเข้าไปแทนที่ แคลเซียม (Ca+2) ซึ่งเป็นโลหะ ที่จำเป็นในการสร้างกระดูก และฟัน ทำให้มีอาการปวดตามข้อ กระดูกผุ และหักง่าย ถ้าไปสะสมที่รากฟัน ทำให้เห็นสีม่วง หรือสีดำบริเวณเหงือก บางครั้งเรียกว่า เส้นตะกั่ว (Lead line) ฟันหลุดได้ง่าย มีผู้วิจัย พบว่าตะกั่ว สามารถเกาะกับกระดูกในร่างกาย ได้นานถึง 32 ปี

และยังสะสมในไขมัน ระบบประสาท สมอง ระบบน้ำเหลือง ตับ และไต อาการพิษเรื้อรังที่พบบ่อย คือ อาการของระบบย่อยอาหาร จะเกิดการปวดท้อง น้ำหนักลด เบื่ออาหารคลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก อาการพิษทางประสาท และสมอง ทำให้ทรงตัวไม่อยู่ เกิดอาการประสาทหลอน ซึมไม่รู้สึกตัว ชัก มือและเท้าตก เป็นอัมพาต สลบ และอาจตายได้”

อ. เจน
 

จบพยาบาล​ศาสตร์​ จากมหาวิทยาลัยมหิดล และรับราชการเป็นพยาบาลวิชาชีพที่โรงพยาบาลของรัฐ และได้ไปเรียนเฉพาะทางและรับราชการที่ประเทศแคนนาดา 11 ปี ต่อมาได้กลับมาประเทศไทย เพื่อดูแลคุณแม่และสืบช่วงกิจการด้านความงามต่อที่ร้าน อ.หญิง (สาขายูเนี่ยนมอลล์) >> อ. เจน ยินดีให้คำปรึกษา ค่ะ โทร 080 1210178

วันแม่กำลังจะมาถึง ทางร้านได้เตรียมโปรพิเศษไว้สำหรับคุณลูกค้าโดยเฉพาะ

ติดต่อขอรับส่วนลด หรือสอบถามได้ 3 ช่อง ทางค่ะ:

โทร: (080) 121-0178